วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

โครงการในพระราชดำริ

โครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอห้วยทับทัน
ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ
ในสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ

ความเป็นมา
สืบเนื่องจากในพระราชวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่บ้านเตาเหล็ก หมู่ที่ 10 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 และทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ราษฎรเข้าเฝ้า ด้วยความเป็นห่วงความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับราษฎรและทรงรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ จำนวน 106 รายและทรงพระราชดำริ
ให้จัดตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพประจำพื้นที่ขึ้น และเนื่องในพระราชวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ราษฎรของอำเภอห้วยทับทัน เข้าเฝ้าพระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับราษฎร และทรงรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิก โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพิ่มเติมอีก จำนวน 6 รายอำเภอห้วยทับทัน โดยองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองหลวงได้จัดหาสถานที่ เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ ณ หมู่ที่ 9บ้านหนองเมย ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ และนายมานพ จรัสดำรงนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนนราษฏร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 2 ได้สนับสนุนของงบประมาณโครงการพัฒนาตำบล (คพต.) พิเศษ ปี 2539 ก่อสร้างอาคารเป็นเงินงบประมาณ3,513,300 บาทที่ตั้งโครงการหมู่ที่ 9 บ้านหนองเมย ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ

ชนิดและประเภทของการทอผ้า
1. ผ้าไหมมัดหมี่
2. ผ้าหางกระรอก
3. ผ้าลายลูกแก้ว

พระราชดํารัสคุณธรรม 4 ประการ พระราชดํารัส “…

พระราชดํารัสคุณธรรม 4  ประการ

พระราชดํารัส “…คุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทําให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาได้ตลอดรอดฝั่ง
ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทํา ด้วยความเมตตามุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน
ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันประสานงาน ประสานประโยชน์กัน  ให้งานที่ทําสําเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่นและแก่ประเทศชาติ
ประการที่สาม คือ การที่ ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายาม ทําความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผลหากความ คิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในกาย ในใจคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดํารงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้….”